เมื่อครอบครัวไมเคิลสัน ย้ายจากเมืองมินนิโซตาไปยังนิวออร์ลีนส์ เพื่อชิงอำนาจคืนจากมาร์เซล อดีตลูกบุญธรรมของเคลาส์ แฟนพันธุ์แท้ของแวมไพร์คงรู้ดีว่านี่ไม่ใช่แค่การย้ายบ้าน แต่คือจุดเริ่มต้นของมหากาพย์ที่ดุเดือดที่สุดในจักรวาลแวมไพร์ของซีดับเบิลยู ดิ ออริจินอลส์ (The Originals) ไม่ใช่แค่ภาคแยกของแวมไพร์ ไดอารี่ แต่เป็นซีรีส์ที่สร้างเอกลักษณ์ของตัวเองด้วยโทนที่เข้มข้นและมืดหม่นกว่า พร้อมกับการแสดงที่ทำให้เราทั้งรักและเกลียดตัวละครไปพร้อมกัน
เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อเคลาส์ ไมเคิลสัน (โจเซฟ มอร์แกน) แวมไพร์ลูกครึ่งมนุษย์หมาป่าที่ถูกสาปให้อ่อนแอมานานหลายศตวรรษ ได้รับจดหมายลึกลับจากมาร์เซล เจอราร์ด (ชาร์ลส์ ไมเคิล เดวิส) ลูกบุญธรรมของเขา ที่บอกว่าเมืองนิวออร์ลีนส์ที่ครั้งหนึ่งพวกเขาเคยสร้างขึ้นกำลังตกอยู่ในอันตราย เคลาส์จึงชวนเอลิจาห์ (แดเนียล กิลลีส์) พี่ชายที่ซื่อสัตย์ที่สุดกลับไปยังเมืองแห่งนี้ พวกเขาพบว่ามาร์เซลได้กลายเป็นผู้นำของแวมไพร์ในนิวออร์ลีนส์ และมีแม่มดท้องถิ่นเป็นพันธมิตร ซึ่งรวมถึงเฮลีย์ มาร์แชลล์ (ฟีบี ทองกิน) ที่กำลังตั้งท้องลูกของเคลาส์ ครอบครัวไมเคิลสันต้องเผชิญหน้ากับศัตรูเก่าและใหม่ ทั้งแม่มด มนุษย์หมาป่า และแวมไพร์ เพื่อยึดเมืองคืนและปกป้องครอบครัวที่กำลังจะมา
งานการแสดงและตัวละคร
โจเซฟ มอร์แกน ในบทเคลาส์คือหัวใจของซีรีส์ เขาสามารถถ่ายทอดความโหดร้ายของปีศาจและความอ่อนโยนของพ่อที่ต้องการปกป้องลูกได้อย่างสมดุล ส่วน แดเนียล กิลลีส์ ในบทเอลิจาห์ ผู้เป็นสุภาพบุรุษที่พร้อมจะฆ่าใครก็ได้เพื่อครอบครัว เป็นการแสดงที่สง่างามและน่าจดจำ ฟีบี ทองกิน ในบทเฮลีย์ แม่หมาป่าที่แข็งแกร่งและเป็นแม่ที่กล้าหาญ ก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน นอกจากนี้ ชาร์ลส์ ไมเคิล เดวิส ในบทมาร์เซล ที่มีมิติของทั้งผู้ร้ายและผู้ถูกกระทำ และ ลีอาห์ ไพพส์ ในบทคามิลล์ นักจิตวิทยาที่กลายมาเป็นเสียงของเหตุผล ต่างก็ช่วยเติมเต็มเรื่องราวให้สมบูรณ์
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
ผู้สร้าง จูลี่ เพล็ก และทีมงานสามารถสร้างบรรยากาศของนิวออร์ลีนส์ที่มีชีวิตชีวาและอันตรายได้อย่างยอดเยี่ยม ภาพของเมืองที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมเก่าแก่และถนนที่คดเคี้ยว ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างสวยงาม แสงสีและการจัดเฟรมช่วยเน้นอารมณ์ของฉากที่ทั้งโรแมนติกและนองเลือด ดนตรีประกอบของซีรีส์ โดยเฉพาะเพลงธีมที่สื่อถึงความยิ่งใหญ่และโศกนาฏกรรมของตระกูลไมเคิลสัน ช่วยเสริมอารมณ์ได้ดี
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการของเรามองว่า ดิ ออริจินอลส์ เป็นซีรีส์ที่เก่งในการสร้างความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างตัวละคร จุดแข็งที่สุดคือการที่มันทำให้ผู้ชมเข้าใจและเห็นใจตัวร้าย ครอบครัวไมเคิลสันเป็นตัวละครที่ทำเรื่องเลวร้ายมากมาย แต่เรากลับเอาใจช่วยพวกเขา เพราะความเป็นครอบครัวที่แข็งแกร่งและความรักที่พวกเขามีให้กัน การดำเนินเรื่องในแต่ละซีซันมีความเข้มข้นและมีการหักมุมที่เฉียบคม แม้บางช่วงอาจยืดเยื้อ แต่โดยรวมแล้วเป็นซีรีส์ที่รักษามาตรฐานได้ดีตลอด 5 ซีซัน
สรุป
ดิ ออริจินอลส์ เป็นซีรีส์ที่เหมาะกับคนที่ชอบดราม่าเข้มข้น แอคชันแวมไพร์ และเรื่องราวของครอบครัวที่ซับซ้อน ถึงแม้จะมีจุดอ่อนบ้าง แต่โดยรวมเป็นซีรีส์ที่ควรค่าแก่การดู โดยเฉพาะถ้าคุณเป็นแฟนของแวมไพร์ ไดอารี่ หรืออยากดูซีรีส์แวมไพร์ที่มีเนื้อหาโตกว่านั้น
ภาพจากหนัง
👍 จุดเด่น
- +การแสดงที่ทรงพลังของโจเซฟ มอร์แกนและนักแสดงนำทุกคน
- +พล็อตเรื่องที่เข้มข้นและซับซ้อน มีการหักมุมตลอด
- +บรรยากาศของนิวออร์ลีนส์ที่ถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างมีเสน่ห์
- +ธีมครอบครัวที่แข็งแกร่ง ทำให้ตัวร้ายกลายเป็นตัวละครที่เรารัก
👎 จุดด้อย
- −บางซีซันมีการยืดเยื้อของเนื้อหา โดยเฉพาะซีซัน 4-5
- −ตัวละครบางตัวถูกเขียนให้หายไปหรือตายแบบไม่สมเหตุสมผล
นักแสดงนำ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ไม่จำเป็นต้องดูมาก่อน เพราะซีรีส์สามารถรับชมได้ด้วยตัวเอง แต่ถ้าดูแวมไพร์ ไดอารี่ จะทำให้เข้าใจภูมิหลังของครอบครัวไมเคิลสันมากขึ้น
มีทั้งหมด 5 ซีซัน รวม 92 ตอน จบสมบูรณ์แล้ว
ดิ ออริจินอลส์ มีโทนที่มืดกว่าและโตกว่า เน้นเรื่องการเมือง อำนาจ และครอบครัว ขณะที่แวมไพร์ ไดอารี่ จะเน้นความรักวัยรุ่นและโรงเรียน
มีตัวละครบางตัว เช่น แคโรไลน์ ฟอร์บส์ และเคลาส์เองที่เป็นตัวละครหลักในทั้งสองเรื่อง